Skip to main content
HonestMOS
InvestigationsCongress made VA disability claims free to file. An entire industry charges veterans anyway — and nobody can stop them.
กองทัพไทย — คู่มือหลังปลดประจำการ

ทหารหลังปลดประจำการ — คู่มือปีแรก

ตอนปลดประจำการ ไม่มีใครนั่งอธิบายให้ครบว่าต้องทำอะไรบ้างใน 90 วันแรก สิทธิ์อะไรหมดอายุเมื่อไหร่ กบข. ต่างจากประกันสังคมอย่างไร และทำไมการลงทะเบียนกรมจัดหางานถึงสำคัญกว่าที่คิด คู่มือนี้รวบรวมสิ่งที่ควรรู้ก่อนออกจากค่าย

ส่วนที่ 01

ทหารเกณฑ์ กับ ข้าราชการทหารประจำการ — สิทธิ์ต่างกันคนละโลก

สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจ: สิทธิ์หลังปลดขึ้นอยู่กับประเภทการรับราชการ ทหารเกณฑ์ที่รับใช้ชาติ 2 ปีมีสิทธิ์คนละชุดกับข้าราชการทหารที่เป็นอาชีพ ความเข้าใจผิดตรงนี้ทำให้หลายคนไม่ได้รับสิ่งที่ควรได้ หรือรอของที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์

ทหารเกณฑ์ (ครบกำหนด 2 ปี)

  • ได้รับเงินค่าตอบแทนปลดประจำการ (ตามระเบียบกระทรวงกลาโหม)
  • สิทธิ์รักษาพยาบาลในโรงพยาบาลทหารสิ้นสุดทันทีที่ปลด
  • สมัครงานราชการได้ — มีสิทธิ์พิเศษในการสอบบรรจุ (รายละเอียดดูส่วนที่ 05)
  • ไม่มีสิทธิ์รับบำนาญ (ไม่ใช่ข้าราชการประจำ)
  • ลงทะเบียนกรมจัดหางานได้ภายใน 30 วัน เพื่อรับสิทธิ์
  • ไม่ได้อยู่ในระบบ กบข. (เฉพาะข้าราชการประจำ)

ข้าราชการทหารประจำการ (ลาออก/เกษียณ)

  • สิทธิ์รับบำนาญหรือบำเหน็จตามอายุราชการและเงินเดือน
  • สมาชิก กบข. มีสิทธิ์เลือกรูปแบบการรับเงิน
  • สิทธิ์รักษาพยาบาลในโรงพยาบาลทหารอาจต่อได้บางกรณี
  • ลาออกก่อนเกษียณ: ได้บำเหน็จ (ครั้งเดียว) ไม่ได้บำนาญ
  • เกษียณตามอายุ/อายุราชการ: ได้บำนาญรายเดือน
  • ต้องคืนเครื่องแบบและอุปกรณ์ตามระเบียบหน่วย
สิ่งที่ต้องทำก่อนออกจากค่ายขอเอกสารให้ครบก่อนออกจากหน่วย: หนังสือรับรองการรับราชการทหาร (สด.8 หรือเอกสารเทียบเท่า), สมุดประวัติการรักษาพยาบาล, ใบรับรองแพทย์ (ถ้ามีการบาดเจ็บระหว่างรับราชการ) และหนังสือรับรองอายุราชการ เอกสารเหล่านี้สำคัญมากสำหรับการยื่นขอสิทธิ์ในภายหลัง หลังออกจากหน่วยแล้วการขอเพิ่มเติมจะใช้เวลานานกว่ามาก
ส่วนที่ 02

กบข. และระบบบำเหน็จบำนาญข้าราชการทหาร

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ดูแลโดยกรมบัญชีกลาง เป็นกองทุนสำหรับข้าราชการประจำ รวมถึงข้าราชการทหาร ระบบนี้แตกต่างจากระบบบำเหน็จบำนาญแบบเดิม (ก่อน กบข.) อย่างมีนัยสำคัญ — โดยเฉพาะในเรื่องการรับเงินเมื่อออกจากราชการ

ระบบบำเหน็จบำนาญ — ความแตกต่างหลัก
บำนาญ (รายเดือน)อายุราชการ 25 ปีขึ้นไป หรือเกษียณตามอายุ 60 ปี

รับเงินเป็นรายเดือนตลอดชีวิต คำนวณจากเงินเดือนสุดท้ายคูณอายุราชการตามสูตรที่กำหนด ผู้รับบำนาญมีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการรักษาพยาบาลต่อเนื่องในระบบราชการ

บำเหน็จ (ครั้งเดียว)อายุราชการน้อยกว่า 25 ปี หรือลาออกก่อนเกษียณ

รับเงินก้อนครั้งเดียว คำนวณจากเงินเดือนสุดท้ายคูณอายุราชการ ไม่มีการจ่ายรายเดือนในภายหลัง สิทธิ์รักษาพยาบาลในระบบราชการสิ้นสุดหลังรับบำเหน็จ

เงิน กบข. (สมาชิก กบข.)ข้าราชการที่เข้าระบบ กบข. (รับราชการหลัง 27 มีนาคม 2540)

มีเงินสะสมส่วนตัวและเงินสมทบจากรัฐใน กบข. เมื่อออกจากราชการสามารถขอรับเงินจาก กบข. ได้ตามเงื่อนไข ติดต่อ กบข. โดยตรงที่ www.gpf.or.th หรือโทร 02-636-1000 เพื่อตรวจสอบยอดเงินและขั้นตอนการรับเงิน

ข้อมูลจาก กรมบัญชีกลาง (cgd.go.th) และ กบข. (gpf.or.th) — ยืนยันอัตราปัจจุบันก่อนตัดสินใจ
กบข. — ขั้นตอนที่หลายคนลืมเมื่อออกจากราชการ กบข. ไม่ได้โอนเงินให้อัตโนมัติ ต้องยื่นคำขอรับเงินด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์ กบข. หรือไปที่สำนักงาน กบข. โดยตรง (อาคารวานิช 2 ถนนสีลม กรุงเทพฯ) ยิ่งยื่นเร็วยิ่งดี — กระบวนการอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ก่อนที่เงินจะเข้าบัญชี
ส่วนที่ 03

ประกันสังคม — ข้าราชการ vs. ระบบทั่วไป

ข้าราชการทหาร (รวมทั้งทหารเกณฑ์) ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม มาตรา 33 ระหว่างรับราชการ — คุ้มครองด้วยระบบสวัสดิการข้าราชการแทน เมื่อปลดแล้วไปทำงานเอกชน จะเข้าสู่ระบบประกันสังคมได้ทันที แต่ถ้าว่างงานระหว่างรอ ต้องเข้าใจว่าสิทธิ์ประกันการว่างงานไม่ได้มาอัตโนมัติ

ทหารเกณฑ์ที่ปลดแล้วยังไม่ทำงาน

ยังไม่มีสิทธิ์รับประกันการว่างงานจากประกันสังคม เพราะไม่เคยส่งเงินสมทบมาตรา 33 ต้องหางานในบริษัทเอกชนก่อน แล้วทำงานครบ 6 เดือนจึงจะเริ่มสะสมสิทธิ์ประกันสังคม แนะนำให้ลงทะเบียนกรมจัดหางานแทน (ดูส่วนที่ 04)

ข้าราชการทหารที่ลาออกแล้วเข้าทำงานเอกชน

นายจ้างจะขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้ทันทีที่เริ่มงาน ได้รับความคุ้มครองโรคภัยไข้เจ็บ ทุพพลภาพ คลอดบุตร และชราภาพตั้งแต่วันแรก สิทธิ์ประกันการว่างงาน (กรณีถูกเลิกจ้าง) เริ่มนับหลังส่งเงินสมทบครบ 6 เดือน

ข้าราชการทหารที่เกษียณและรับบำนาญ

สามารถทำงานพาร์ทไทม์หรือรับจ้างได้โดยไม่กระทบบำนาญ แต่หากทำงานประจำในบริษัทเอกชน นายจ้างจะต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมตามกฎหมาย ทั้งบำนาญและเงินเดือนจะถูกนำมาคำนวณภาษีรวมกัน

สำนักงานประกันสังคม: www.sso.go.th — โทรสายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง ตรวจสอบสิทธิ์และสถานะได้ผ่านแอป SSO Connect

ส่วนที่ 04

กรมจัดหางาน — ลงทะเบียนภายใน 30 วัน

กรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ให้บริการจัดหางานและฝึกอาชีพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับทหารที่ปลดประจำการ การลงทะเบียนเร็วทำให้เข้าถึงบริการได้เต็มที่ รวมถึงการแนะแนวอาชีพ ฝึกทักษะ และรับทราบตำแหน่งงานว่าง

บริการจากกรมจัดหางาน (doe.go.th)

ลงทะเบียนผู้หางาน

ลงทะเบียนผ่าน doe.go.th หรือที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด/กรุงเทพฯ ใกล้บ้าน ใช้บัตรประชาชน วุฒิการศึกษา และหนังสือรับรองการรับราชการทหาร ระบุในใบสมัครว่าเป็นอดีตทหาร เพื่อรับการดูแลเป็นพิเศษ

ฝึกอาชีพและพัฒนาทักษะ

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ภายใต้กระทรวงแรงงาน จัดหลักสูตรฝึกอาชีพระยะสั้นหลากหลายสาขา เช่น ช่างไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ ภาษา และการจัดการ ส่วนใหญ่ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือค่าใช้จ่ายต่ำ ตรวจสอบรายชื่อหลักสูตรที่ dsd.go.th

แนะแนวอาชีพและการสอบสัมภาษณ์

นักแนะแนวอาชีพที่สำนักงานจัดหางานช่วยประเมินทักษะ แนะนำเส้นทางอาชีพ และเตรียมเอกสารสมัครงาน บริการนี้ฟรีสำหรับผู้ลงทะเบียน ควรนัดหมายล่วงหน้า

ตำแหน่งงานว่างรัฐวิสาหกิจและเอกชน

ระบบ Smart Job Center (smartjob.doe.go.th) รวบรวมตำแหน่งงานว่างจากนายจ้างทั่วประเทศ รวมถึงหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชน บางตำแหน่งระบุรับอดีตทหารเป็นพิเศษ

กรมจัดหางาน — ช่องทางติดต่อสายด่วนกรมจัดหางาน: 1694 (ทุกวันทำการ 8.30–16.30 น.) เว็บไซต์: doe.go.th และ smartjob.doe.go.th สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–10 ให้บริการทั่วกรุงเทพฯ ต่างจังหวัดติดต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่
ส่วนที่ 05

สิทธิ์พิเศษในการสอบเข้ารับราชการ

ผู้ที่ผ่านการรับราชการทหารมีสิทธิพิเศษบางอย่างในการสมัครสอบเข้ารับราชการ ตามที่กฎหมายและระเบียบราชการกำหนด สิทธิ์เหล่านี้ถูกกล่าวถึงน้อยมากในช่วงปลดประจำการ แต่มีผลต่อโอกาสในการสมัครงานราชการอย่างมีนัยสำคัญ

การนับอายุและคุณสมบัติ

ระยะเวลาที่รับราชการทหารอาจได้รับการยกเว้นหรือปรับในเกณฑ์อายุสำหรับบางตำแหน่งราชการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละหน่วยงาน ควรอ่านประกาศรับสมัครของแต่ละหน่วยงานอย่างละเอียด

การสอบเพื่อบรรจุในตำแหน่งที่สงวนไว้

หน่วยงานราชการบางแห่งมีโควตาหรือตำแหน่งที่สงวนไว้สำหรับอดีตทหาร โดยเฉพาะในหน่วยงานด้านความมั่นคง กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานที่ต้องการทักษะเฉพาะด้านทหาร ติดตามประกาศจาก สำนักงาน ก.พ. (ocsc.go.th)

การโอนย้ายประสบการณ์และวุฒิการศึกษา

คุณวุฒิที่ได้รับระหว่างรับราชการทหาร เช่น วิทยาลัยการทหาร โรงเรียนนายสิบ และหลักสูตรต่างๆ อาจได้รับการเทียบคุณวุฒิเพื่อสมัครงานราชการ ขอคำแนะนำจาก ก.พ. หรือหน่วยงานที่สนใจสมัคร

ทหารผ่านศึกและองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

ผู้ที่ผ่านการปฏิบัติหน้าที่ในการรบหรือปฏิบัติการพิเศษอาจมีสิทธิ์เป็น "ทหารผ่านศึก" ตาม พ.ร.บ.ทหารผ่านศึก ซึ่งได้รับสวัสดิการพิเศษเพิ่มเติม ติดต่อองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (ovt.mod.go.th) เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ

ส่วนที่ 06

การรักษาพยาบาลหลังปลดประจำการ

นี่คือเรื่องที่คนปลดประจำการหลายคนพบว่าเป็นช่องโหว่ใหญ่ที่สุด สิทธิ์รักษาในโรงพยาบาลทหารสิ้นสุดทันทีที่ปลด (สำหรับทหารเกณฑ์และข้าราชการส่วนใหญ่) ต้องเปลี่ยนไปใช้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) หรือประกันสังคม แทน — และต้องดำเนินการเองอย่างรวดเร็ว

บัตรประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง / สปสช.)

ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมหรือสวัสดิการข้าราชการมีสิทธิ์ใช้บัตรทอง ลงทะเบียนที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือโรงพยาบาลรัฐใกล้บ้าน ใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน ติดต่อ สปสช. สายด่วน 1330 หรือ nhso.go.th

ประกันสังคม (กรณีทำงานในบริษัทเอกชน)

หากทำงานในบริษัทเอกชนหลังปลด นายจ้างจะขึ้นทะเบียนประกันสังคมและสิทธิ์รักษาพยาบาลมาตรา 33 จะเริ่มทันทีที่ขึ้นทะเบียน เลือกโรงพยาบาลหลักในระบบประกันสังคมได้ผ่าน sso.go.th

ผู้รับบำนาญจากราชการ

ผู้รับบำนาญข้าราชการมีสิทธิ์รักษาพยาบาลในระบบสวัสดิการข้าราชการต่อเนื่อง ผ่านกรมบัญชีกลาง ระบบนี้ครอบคลุมโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ ตรวจสอบสิทธิ์และขั้นตอนที่ cgd.go.th หรือโทร 02-127-7000

การบาดเจ็บหรือโรคที่เกิดระหว่างรับราชการ

หากมีการบาดเจ็บหรือป่วยเรื้อรังที่เกิดขึ้นระหว่างรับราชการทหาร ควรขอเอกสารรับรองจากโรงพยาบาลทหารก่อนปลด เอกสารนี้สำคัญมากสำหรับการขอสิทธิ์เพิ่มเติมหรือการเรียกร้องในภายหลัง อย่าออกจากหน่วยโดยไม่มีเอกสารนี้ถ้ามีประวัติการรักษา

ส่วนที่ 07

กำหนดเวลาสำคัญ — 90 วันแรกที่ต้องจัดการ

หลายคนเสียสิทธิ์ที่ตัวเองมีเพราะไม่รู้ว่ามีหรือดำเนินการช้าเกินไป นี่คือสิ่งที่ต้องทำโดยเร็วหลังปลดประจำการ

01

วันปลด — รับเอกสารให้ครบ

หนังสือรับรองการรับราชการทหาร (สด.8 หรือเทียบเท่า), สมุดประวัติการรักษาพยาบาล, หนังสือรับรองการรับเงินเดือน/ค่าตอบแทน, และเอกสาร กบข. (ถ้าเป็นสมาชิก) อย่าออกจากค่ายโดยไม่มีเอกสารครบ

02

ภายใน 30 วัน — ลงทะเบียนบัตรทองหรือเลือกระบบรักษาพยาบาล

ถ้ายังไม่ได้งาน ลงทะเบียนบัตรทองที่โรงพยาบาลรัฐหรือสำนักงานสาธารณสุขใกล้บ้านทันที ใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน อย่าปล่อยให้ช่วงเวลาว่างงานผ่านไปโดยไม่มีหลักประกันสุขภาพ

03

ภายใน 30 วัน — ลงทะเบียนกรมจัดหางาน

ไปที่สำนักงานจัดหางานในจังหวัด หรือลงทะเบียนออนไลน์ที่ doe.go.th เพื่อเข้าถึงบริการจัดหางาน ฝึกอาชีพ และแนะแนวอาชีพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

04

ภายใน 30–60 วัน — ติดต่อ กบข. (ถ้าเป็นสมาชิก)

ยื่นคำขอรับเงินจาก กบข. ผ่านเว็บไซต์ gpf.or.th หรือโทร 02-636-1000 กระบวนการต้องใช้เวลา ยิ่งยื่นเร็วยิ่งดี

05

ภายใน 90 วัน — ตรวจสอบสิทธิ์บำเหน็จบำนาญ

ติดต่อกรมบัญชีกลาง (cgd.go.th) หรือหน่วยการเงินต้นสังกัดเดิม เพื่อยืนยันจำนวนเงินและขั้นตอนการรับบำเหน็จ/บำนาญ อย่าสันนิษฐานว่าจะได้รับอัตโนมัติ

06

ตรวจสอบสิทธิ์ทหารผ่านศึก (ถ้ามีคุณสมบัติ)

ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่การรบหรือปฏิบัติการพิเศษ ติดต่อองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (ovt.mod.go.th) โทร 02-354-8462 เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและสวัสดิการที่มีสิทธิ์

หน่วยงานหลักที่ต้องรู้
  • กรมบัญชีกลาง (บำเหน็จบำนาญ): cgd.go.th — โทร 02-127-7000
  • กบข. (เงินออมข้าราชการ): gpf.or.th — โทร 02-636-1000
  • กรมจัดหางาน (งานและฝึกอาชีพ): doe.go.th — สายด่วน 1694
  • สำนักงานประกันสังคม: sso.go.th — สายด่วน 1506
  • สปสช. (บัตรทอง): nhso.go.th — สายด่วน 1330
  • องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก: ovt.mod.go.th — โทร 02-354-8462
แหล่งข้อมูลข้อมูลจากหน่วยงานราชการไทยที่เผยแพร่สู่สาธารณะ: กรมบัญชีกลาง (cgd.go.th), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กบข. (gpf.or.th), กรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน (doe.go.th), สำนักงานประกันสังคม (sso.go.th), สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (nhso.go.th) และ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (ovt.mod.go.th) ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลสาธารณะ — ยืนยันอัตราและเงื่อนไขปัจจุบันกับหน่วยงานโดยตรงก่อนตัดสินใจ